F D R•สราญวัล• Zipposmileview  (6033 views)

What is F D R•สราญวัล• doing now?

U Can sEE Me @ facebook.com
More than 1 month ago  ·  Comment »

Sex /  Age

Female /  21

Location

bangkok, Thailand

Birthday

August 28

Looking To

Just look around, Make friends
 
 

Info

http://alwayszipposmile.hi5.com - Send it to your friends

Sex /  Age

Female /  21

Birthday

August 28

Location

bangkok, Thailand

Looking To

Just look around, Make friends

 

Interests

Favorite Music


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com
NIRVANA Nirvana เป็นวงที่ทำเพลงแนวกรันจ์ และอัลเทอร์เนทีฟ ร็อค เริ่มตั้งวงเมื่อปี 1987 ที่เมืองอาเบอร์ดีน รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา และยุบวงในปี 1994 ก่อนจะมี Nirvana เพลงอัลเทอร์เนทีฟ จะอยู่ในมุมเพลงประเภทพิเศษ ตามร้านขายแผ่นเสียง ค่ายเพลงใหญ่ ๆ ไม่ค่อยให้ความสำคัญ กับเพลงแนวนี้มากนัก แต่เมื่อ Nirvana ออกอัลบั้ม Nevermind ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ 2 ในปี 1991 ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็เปลี่ยนไป เพราะ Nirvana ทำให้แนวเพลงพั้งค์ โพสท์พั้งค์ และอินดี้ร็อคได้รับความนิยมในตลาดหลักของอเมริกา อย่างที่ไม่เคยมีวงใดทำได้มาก่อน แม้เพลงของ Nirvana น่าจะฟังดูคล้ายส่วนผสม ระหว่าง เพลงของ Black Sabbath กับ Cheap Trick แต่เพลงของ Nirvana เป็นอินดี้ร็อคขนานแท้ Nirvana นำเพลงของ Vaselines มาร้อง และยังปลุกกระแส นิวเวฟด้วย เคิร์ท โคเบน หัวหน้าวง Nirvana ผลักดัน วงดนตรีที่เขาชื่นชอบอย่างไม่ลดละ ไม่ว่าจะเป็นวงดนตรี แนวอาร์ตพั้งค์อย่าง Raincoats หรือวงแนวฮาร์ดคอร์ อย่าง The Meat Puppets จนดูเหมือนว่า เพลงในดวงใจของเคิร์ท สำคัญกว่าเพลงของตัวเขาเอง เนื่องจาก Nirvana มีพื้นฐานจากแนวอินดี้ แต่ชอบเพลงพ็อพ แนวเพลงของวง ที่ออกมาระหว่าง การเดินทางไปสู่ความสำเร็จ จึงแปรผันไปตามเวลา จนกระทั่ง Nirvana กลายเป็นวงแอนตี้ร็อค ที่อื้อฉาวที่สุดวงหนึ่ง ในประวัติศาสตร์วงการเพลง ในช่วงที่ Nirvana ออกอัลบั้ม In Utero ชะตากรรมของวงและ เคิร์ท โคเบน ก็ถึงเวลาปิดฉากลง เคิร์ทติดยาเสพติด และมีอาการซึมเศร้ารุนแรง เขากลายมาเป็นคนที่ทำลายตัวเอง และมีความคิดที่อยากจะฆ่าตัวตาย แม้ผู้จัดการ และบริษัทแผ่นเสียงต้นสังกัด จะพยายามปิดข่าวนี้ แต่ในที่สุด วันที่ 8 เมษายน 1994 ก็พบศพเคิร์ทที่เสียชีวิต เพราะยิงตัวตาย เขาอาจไม่ได้รับรู้ถึงความสำเร็จ ของวงดนตรีที่เขาตั้งมา แต่มรดกทางดนตรีที่ Nirvana สร้างไว้ เป็นสิ่งที่มีอิทธิพล ต่อวงการเพลงมากที่สุดสิ่งหนึ่ง ในประวัติศาสตร์ เคิร์ท โคเบน (ร้องนำ, กีต้าร์) พบกับ คริส โนโวเซลิก (มือเบส) ในปี 1985 ที่เมืองอาเบอร์ดีน รัฐวอชิงตัน ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมป่าไม้เมืองเล็ก ๆ ห่างจากซีแอ็ทเทิล 100 ไมล์ ภูมิหลังของ คริสราบเรียบกว่าเคิร์ท เพราะตอนอายุ 8 ปีเคิร์ทต้องเผชิญกับปัญหาจากการหย่าร้าง ของบิดามารดา หลังจากทั้งคู่หย่ากันแล้ว เคิร์ทก็ต้องเวียนไปอยู่ตามบ้านญาติ เขาชอบเพลงของ The Beatles จากนั้นก็หันมาชอบเพลง เฮฟวี่ เมทัล ในที่สุดเคิร์ท ก็หลงรักเพลง ฮาร์ดคอร์ พั้งค์ ทั้งยังได้พบกับวงThe Melvins ซึ่งเป็นวงเฮฟวี่พั้งค์อันเดอร์กราวด์ ต่อมา เคิร์ทก็เริ่มเล่นดนตรีให้วงพั้งค์อย่าง Fecal Matter โดยส่วนใหญ่จะไปกับเดล โครเวอร์ มือเบสของ The Melvins บัซซ์ ออสบอร์น หัวหน้าวง The Melvins แนะนำให้เคิร์ท รู้จักกับคริส โนโวเซลิก ซึ่งสนใจดนตรีพั้งค์เช่นกัน การสนใจแนวเพลงพั้งค์ ทำให้ทั้งเคิร์ทกับคริสรู้สึกแปลกแยก จากคนส่วนใหญ่ในอาเบอร์ดีน ที่เป็นคนงาน ทั้งคู่จึงตัดสินใจ ตั้งวงชื่อว่า The Stiff Woodies โดยเคิร์ท เป็นมือกลอง คริสเป็นมือเบส ส่วนตำแหน่งกีต้าร์ กับร้องนำนั้น มีหลายคนสลับสับเปลี่ยนกันไป วงของเคิร์ทเปลี่ยนชื่อเร็วพอ ๆ กับเปลี่ยนมือกีต้าร์ จนในที่สุดเคิร์ทก็เล่นกีต้าร์และร้องเอง หลังจากเปลี่ยนชื่อวงเป็น Skid Row วงของเคิร์ท ก็มีสมาชิกทั้งหมดเป็น 3 คน ผู้ที่มาเพิ่มคือ แอรอน เบิร์คฮาร์ท มือกลอง แต่พอถึงปี 1986 แอรอนก็ออกจากวง ผู้ที่มาแทนคือแช้ด แชนนิ่ง ต่อมาในปี 1987 Skid Row ก็เปลี่ยนชื่อเป็น Nirvana Nirvana เริ่มจากเล่นดนตรี ตามงานเลี้ยง ในเมืองโอลิมเปีย จนมีแฟนเพลงกลุ่มใหญ่พอควร
 

Favorite Movies





 

Favorite TV Shows

หากนับจากอัลบั้ม Nevermind ปี 1991 ภายใต้ชื่อวง Nirvana ซึ่งถือเป็นการแนะนำตัว เคิร์ต โคเบน ให้โลกได้รู้จักอย่างเป็นทางการ จนถึงวันที่เขาลาจากโลกนี้ไปในปี 1994 นับว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสำเร็จที่สั้นยิ่งนัก โดยเฉพาะหากเปรียบเทียบกับคนดังที่จากไปก่อนวัยอันควร และได้รับการเล่าขานจดจารกันต่อมาในฐานะ “ตำนาน”

ปัจจัยใดบ้างที่ส่งให้ เคิร์ต โคเบน เป็นตำนาน...ความสำเร็จ? เพลงฮิต? ยอดขาย? เหล่านี้ไม่ใช่มาตรวัดหรือใบรับรองว่าใครควรจะได้ตำแหน่งนั้น แน่นอนว่า เคิร์ต โคเบน ประสบความสำเร็จสูงสุด มีเพลงฮิตและอัลบั้มที่มียอดจำหน่ายจำนวนมหาศาล แต่ความสำเร็จที่ว่านั้นจะไม่มีความหมายต่อการเป็นตำนานหากมันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ใหม่ในวงการดนตรีที่สร้างแรงกระเพื่อมรุนแรงจนมีผลต่อทิศทางดนตรีทั่วโลก...อย่างที่ เคิร์ต โคเบน ทำได้สำเร็จ

จากซิงเกิล “Smell Like Teen Spirit” ซึ่งโด่งดังทะลุชาร์ต จนส่งให้อัลบั้ม Nevermind ขายดิบขายดีกระทั่งเขี่ยอัลบั้ม Dangerous ของ ไมเคิล แจ๊คสัน หล่นบังลังก์ ความหมายเบื้องหลังความสำเร็จนี้ก็คือ ดนตรีสไตล์อัลเทอร์เนทีฟ ร็อค ได้ผงาดเหนือเพลงป๊อป พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้วงดนตรีแนวนี้อีกหลายวงได้รับความนิยมตามมา จนคำว่าอัลเทอร์เนทีฟ ร็อค หรือ “กรันจ์” กลายเป็นหนึ่งในกระแสหลักของวงการดนตรีช่วงต้นทศวรรษ 90

ในฐานะเป็นแกนหลักของวง ทั้งร้องนำ เล่นกีตาร์ และเขียนเพลง ความสำเร็จของเนียร์วานาจึงแยกไม่ออกกับชื่อของเคิร์ต โคเบน หรือหากจะพูดว่าเคิร์ต โคเบน คือเนียร์วานา ก็คงไม่ผิดนัก

ดนตรีร็อคที่มีนัยยะของการปลดปล่อย เมื่อได้เนื้อเพลงที่เข้าถึงความรู้สึกนึกคิดของวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวผู้ไร้ทิศทางและมองหาหลักยึด โคเบนจึงได้รับการสถาปนาเป็นกระบอกเสียงของเจเนอเรชั่นเอ็กซ์โดยปริยาย

เมื่อประกอบกับภาพลักษณ์เถื่อนถ่อย ก้าวร้าว ขณะเดียวกันก็ดูเปลี่ยวเหงา แปลกแยก รวมไปถึงแววตาโศก ผมสีทองไร้ระเบียบยาวประบ่า การแต่งกายเป็นเอกลักษณ์ และท่าเล่นกีตาร์แบบคนถนัดซ้าย ยิ่งทำให้โคเบนแตกต่างจากฮีโร่ดนตรีร็อคคนอื่นๆ เขากลายเป็นแบบอย่างที่คนหนุ่มสาวจำนวนมากยกย่องคลั่งไคล้ หรือแม้กระทั่งเทิดทูนบูชา

กระนั้น ยังมีปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ส่งให้เคิร์ต โคเบน กลายเป็นตำนานอย่างรวดเร็ว หากขาดข้อนี้ไปทำเนียบตำนานคงยังไม่เต็มใจเปิดต้อนรับเขาอย่างเต็มที่นัก ปัจจัยสำคัญที่ว่านั้นคือ “ความตาย” นั่นเอง

11 ปีหลังจากโคเบนเสียชีวิต กัส แวน แซนต์ สร้างหนังเรื่อง Last Days โดยประกาศชัดแจ้งว่ามีแรงบันดาลใจจาก “ความตาย” ครั้งนั้น

อันที่จริง แวน แซนต์มีดำริสร้างหนังชีวประวัติของโคเบนตั้งแต่หลายปีก่อน แต่เขาห่วงว่า คอร์ตนีย์ เลิฟ ภรรยาม่ายของโคเบน จะรับไม่ได้ รวมทั้งกังวลว่าครอบครัว แฟนๆ วงเนียร์นาวา และผู้ที่คลั่งไคล้เคิร์ต โคเบน จะมีปฏิกิริยาเช่นไรเมื่อได้ชม หลังจากจดๆ จ้องๆ อยู่นาน แวน แซนต์จึงตัดสินใจเปลี่ยนให้ เคิร์ต โคเบน เป็นเพียงแรงบันดาลใจ และพูดถึงเฉพาะช่วงเวลาสุดท้ายก่อนการเสียชีวิตเท่านั้น โดยหนังจะมีข้อความแจ้งไว้ชัดเจนว่า เหตุการณ์และตัวละครทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้น

Last Days ถือว่าเป็นภาคสุดท้ายของ “ไตรภาคความตาย” หรือ Death Trilogy ของแวน แซนต์ โดย 2 เรื่องก่อนหน้านี้คือ Gerry ปี 2002 เกี่ยวกับชายหนุ่ม 2 คน(แมตต์ เดมอน กับเคซีย์ แอฟเฟล็ค) เดินหลงอยู่ในทะเลทราย และ Elephant ปี 2003 อ้างอิงจากเหตุโศกนาฏกรรมในโรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์ ซึ่งได้รับรางวัลปาล์มทองและผู้กำกับยอดเยี่ยมที่เมืองคานส์

ทั้ง 3 เรื่อง นอกจากจะมีจุดร่วมตรงบทลงท้ายว่าด้วยความตายแล้ว รูปแบบโดยรวมยังใกล้เคียงกันอย่างยิ่ง กล่าวคือ พล็อตเรื่องบางเบาจนแทบจับต้องไม่ได้ ไม่มีบทตอนกระตุ้นอารมณ์หรือนำเสนอเรื่องราวให้น่าติดตาม ตัวละครไร้ที่มาที่ไป ไม่มีเหตุผลแน่ชัดในการกระทำ บทสนทนาน้อยนิด ส่วนใหญ่เป็นการด้นสดของผู้แสดง แต่ละเรื่องมีฉากที่ถ่ายทำแบบ long take หลายฉาก โดยเคลื่อนกล้องอย่างเนิบช้าอ้อยอิ่ง หรือไม่ก็เป็นการตั้งวางนิ่งสนิทอยู่กับที่ รูปแบบที่ว่ามานี้ล้วนแต่ไม่น่าดึงดูดและดูน่าเบื่อสำหรับคนส่วนใหญ่
Last Days เริ่มต้นด้วยภาพชายหนุ่มผมยาวประบ่าในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีแดง เดินเก้ๆ กังๆ เหมือนคนไร้เรี่ยวแรงลุยป่ามาถึงน้ำตก ได้ยินคำพูดจากปากเขาเบาๆ เป็นห้วงๆ จะเป็นบทกวี เนื้อเพลง หรือเขาแค่พูดกับตนเอง ไม่อาจล่วงรู้... คืนนั้นเขาก่อไฟและพักแรมในป่า เช้ารุ่งขึ้นจึงเดินโซซัดโซเซกลับไปยังบ้านหลังใหญ่

ชายคนนี้ชื่อ เบลค(ไมเคิล พิตต์) เรื่องราวเพียงน้อยนิดหลังจากนั้นทำให้ทราบว่าเขาเป็นศิลปินนักร้อง-นักดนตรีที่หลบหน้าผู้คนมากบดานที่นี่ เวลาส่วนใหญ่ของหนังหมดไปกับภาพการกระทำที่ดูไร้จุดหมาย-ไร้สติ เช่น ปรุงอาหาร เล่นดนตรี ดูโทรทัศน์ นั่งเหม่อลอย

การกระทำของเบลคที่เห็นจุดมุ่งหมายชัดเจนมีเพียงประการเดียวคือ การหลบหนี

คนอื่นๆ ที่ปรากฏตัวในหนัง มีกลุ่มหนุ่ม-สาวซึ่งแวะมาพักและจัดปาร์ตี้ในบ้านหลังใหญ่ ประกอบด้วย สก๊อต(สก๊อต แพทริค กรีน) ลุค(ลูคัส ฮาส) เอเชีย(เอเชีย อาร์เจนโต) และนิโคล(นิโคล วิเชียส) นักสืบ(ริคกี้ เจย์) ที่มาตามหาเบลค พร้อมกับชายหนุ่มชื่อโดโนแวน(ไรอัน โอเรียน) นอกจากนี้ มีเซลส์แมนขายโฆษณาในสมุดหน้าเหลือง และฝาแฝดเผยแผ่ศาสนาที่แวะมายังบ้านหลังใหญ่

แม้จะดูไร้เรี่ยวแรงไม่ได้สติในบางเวลา แต่ไม่มีภาพเบลคเสพยาให้เห็น มีเพียงบุหรี่ที่เขาจุดสูบบ่อยครั้ง ทั้งยังไม่มีอาการหดหู่เศร้าซึมรุนแรงจนอาจเป็นสัญญาณของคนคิดฆ่าตัวตาย สิ่งที่สัมผัสได้จากเบลคมีแค่พฤติกรรมที่แสดงถึงความต้องการหันหลังให้กับอะไรบางอย่างซึ่งเคยมีอิทธิพลต่อชีวิตเขา เมื่อเกินควบคุมจนไม่อาจหยุดยั้งได้ ทางเดียวที่จะหนีให้พ้นคือการปลิดชีวิตตนเอง

เพื่อทำความเข้าใจหนังเรื่องนี้ จำเป็นต้องย้อนกลับไปดูประวัติช่วงสุดท้ายของเคิร์ต โคเบน ว่าเป็นเช่นใด หนังมีส่วนเหมือนหรือต่างอย่างไรกับเหตุการณ์จริง ทั้งนี้เพราะภาพลักษณ์และบุคลิกของตัวละคร รวมทั้งเหตุการณ์ในหนังชวนให้นึกว่าเป็นเรื่องของเคิร์ต โคเบน โดยตรง ถึงแม้ แวน แซนต์ จะออกตัวว่า Last Days เป็นเพียงเรื่องแต่งที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปินผู้เป็นตำนานคนนั้น

ประวัติช่วงสุดท้ายเริ่มต้นเมื่อโคเบนสิ้นสุดทัวร์คอนเสิร์ตในยุโรปในเดือนมีนาคม 1994 เขาเริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพและการใช้ยาเกินขนาดจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในสภาพไม่รู้สึกตัว คอร์ตนีย์ เลิฟ ภรรยาของโคเบนยืนยันว่า นี่คือความพยายามฆ่าตัวตายครั้งแรก

หลังจากนั้น โคเบนยังมีปัญหาเรื่องการใช้ยาอยู่ตลอด เลิฟจัดการให้เขาเข้ารับการบำบัดในลอส แองเจลิส แต่ไม่กี่วันต่อมาโคเบนหนีออกมาจากสถานที่นั้น ขึ้นเครื่องบินกลับมายังบ้านเก่าที่รัฐวอชิงตัน เขาใช้เวลาหลายวันตระเวนเรื่อยไปตามสถานที่ต่างๆ ในซีแอตเติ้ล โดยที่ครอบครัวและเพื่อนๆ ไม่รู้เลยว่าเขาอยู่ที่ไหนกันแน่

เช้าวันที่ 8 เมษายน มีผู้พบร่างไร้ชีวิตของเคิร์ต โคเบน ในห้องเก็บของภายในบริเวณบ้านเก่า สภาพศพมีเลือดไหลออกมาทางหู ไม่มีร่องรอยบาดแผล ปืน 1 กระบอกตกอยู่ข้างลำตัว ไม่ไกลกันนั้นมีกระดาษเขียนด้วยลายมือของโคเบนวางอยู่ใต้กระถางต้นไม้ คาดว่าเขาเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน
อันที่จริง ช่วงสุดท้ายของโคเบนมีรายละเอียดที่ถูกบันทึกไว้มากมายโดยประมวลจากคำบอกเล่าของใครหลายคนที่พบโคเบนในช่วงเวลานั้น ทั้งยังมีความคิดเห็นแตกต่างในประเด็นที่ว่าจริงๆ แล้วโคเบนฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรมให้ถกเถียงขุดคุ้ยกันจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ในเมื่อแวน แซนต์ ต้องการเพียงแรงบันดาลใจในการทำ Last Days ข้อเท็จจริงที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยจึงไม่จำเป็น

เมื่อนำเรื่องราวในหนังมาวางทาบเปรียบเทียบกับช่วงสุดท้ายของโคเบนฉบับย่อข้างต้น จะพบว่าหนังจับเอาเรื่องราวตั้งแต่โคเบนหนีกลับมายังวอชิงตันจนสิ้นสุดที่การเสียชีวิต มาแต่งเติมด้วยจินตนาการของแวน แซนต์เอง และของนักแสดงผ่านการอิมโพรไวส์หรือด้นสดขณะถ่ายทำ ผสานกับรูปแบบ-กลวิธีการนำเสนอแบบไร้เรื่องราวแน่ชัด มองไม่เห็นทิศทางที่มาที่ไป ซึ่งแวน แซนต์เคยใช้มาแล้วใน Gerry และ Elephant ทำให้ช่วงสุดท้ายของชีวิตศิลปินที่ได้แรงบันดาลใจจากเคิร์ต โคเบน ยิ่งดูสับสนและเต็มไปด้วยคำถาม ไม่ต่างจากช่วงสุดท้ายของชีวิตศิลปินต้นแบบ

หนังใช้วิธีเล่าเหตุการณ์เดียวกันซ้ำๆ คล้ายกับวิธีที่ใช้ใน Elephant ต่างกันตรงที่ใน Elephant บางเหตุการณ์อาจจะเล่าถึง 2 หรือ 3 มุมมอง ตามแต่ว่าหนังกำลังติดตามตัวละครคนไหน โดยใช้มุมกล้องที่ต่างกันออกไป ขณะที่ใน Last Days จะแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือฉากที่นำเสนอตัวละครคนอื่นเข้าไปเกี่ยวข้องกับเบลค กับฉากที่นำเสนอเบลคแล้วมีตัวละครคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง มุมกล้องอาจจะซ้ำเดิม แต่เพิ่มระยะเวลาหรือตัดให้สั้นลงในรายละเอียด

เช่นฉากงานปาร์ตี้ของกลุ่มหนุ่ม-สาว 4 คนในบ้านหลังใหญ่ สก๊อตกับลุคได้เข้าไปพูดคุยกับเบลคในช่วงเวลาต่อเนื่องกัน เหตุการณ์นี้เล่าซ้ำ 2 ครั้ง ครั้งแรกคือตอนที่ลุคเข้าไปเสนอเดโมเทปกับเบลค และอีกครั้งเป็นตอนที่เบลคทำอาหารแล้วสก๊อตเข้ามาพูดคุยเรื่องค่าใช้จ่าย

เหตุการณ์ที่เบลคหลบหนีนักสืบกับโดโนแวนก็เช่นกัน หนังเล่าเหตุการณ์นี้ซ้ำ 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อทั้งสองคนมาถึงบ้าน ภาพต่อมาคือเบลคกำลังวิ่งออกมานอกบ้าน กับอีกครั้ง เราได้เห็นเบลคอยู่ในบ้านขณะรู้ว่ามีคนมาตามหา จนได้เห็นเขาเริ่มต้นวิ่งหลบออกมา

วิธีการเล่าซ้ำนี้อาจจะสร้างความงุนงงสับสนให้แก่ผู้ชมพอสมควร ซ้ำยังอาจเบื่อหน่ายเพราะหนังไม่คืบหน้า แต่วิธีนี้ช่วยสื่อสะท้อนภาวะที่เบลค(หรืออาจจะรวมไปถึงเคิร์ต โคเบน) ต้องเผชิญอยู่ได้เป็นอย่างดี เพราะการเล่าซ้ำทำให้รู้สึกราวกับว่ามีคนมาขอความช่วยเหลือหรือหวังประโยชน์จากเขาไม่หยุดหย่อน รวมทั้งต้องหลบหนีสิ่งที่เขาต้องการหันหลังให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้สิ้นสุด

เมื่อรวมกับภาพความโดดเดี่ยว เปลี่ยวเหงา ไร้สถานที่ให้หยุดพักได้ยาวนาน ยิ่งช่วยให้เราเข้าใจว่าสำหรับคนบางคนเมื่อถึงจุดหนึ่ง การยุติชีวิตตนเองอาจเป็นเพียงหนทางเดียวที่จะหลุดพ้นและหยุดพักได้อย่างแท้จริง

นอกจากบทสนทนาที่มีไม่มากนัก กับบทเพลงที่เป็นส่วนประกอบในบางฉาก หนังใส่เสียงประกอบไร้ที่มาที่ไปในฉากของเบลคบ่อยครั้งซึ่งน่าจะสื่อถึงสภาวะสับสนอื้ออึงในความคิด เช่น เสียงเร่งเครื่องยนต์ เสียงประตูรถ เสียงนาฬิกา หรือเสียงเพลงสวดในโบสถ์ในคืนสุดท้ายของเบลค ชัดเจนที่สุดคือเสียงเดินย่ำน้ำทั้งที่เบลคกำลังเดินบนที่แห้ง

เหตุการณ์เดินย่ำน้ำเกิดขึ้นจริงในซีเควนซ์เปิดเรื่องที่เบลคเดินย่ำหนองน้ำระหว่างทางกลับบ้าน มีคำสบถสั้นๆ ออกมาจากปากเบลคว่า “นี่มันปลักตมอันน่าทุเรศ” ดังนั้น เสียงย่ำน้ำที่ปรากฏให้ได้ยินจึงหมายถึงปลักตมที่มองไม่เห็นซึ่งห้อมล้อมตัวเขาอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

เมื่อพิจารณาในส่วนของตัวละครเปรียบเทียบกับเคิร์ต โคเบน จะเห็นว่าหนังไม่ได้สร้างตัวละครโดยถอดแบบเคิร์ต โคเบน มาทั้งหมด นอกจากบุคลิกภายนอก เช่น การแต่งกาย ทรงผม และลักษณะท่าทางซึ่งดูคลับคล้ายโคเบนมากแล้ว ในรายละเอียดซึ่งเป็นส่วนสำคัญราวกับเป็น “โลโก้” ของโคเบนอย่างการเล่นกีตาร์แบบคนถนัดซ้าย หนังปล่อยผ่านตรงจุดนี้โดยให้ ไมเคิล พิตต์ ผู้รับบทเบลค เล่นกีตาร์แบบคนถนัดขวา ขณะที่การเขียนหนังสือซึ่งโคเบนเขียนหนังสือมือขวา เบลคกลับเขียนด้วยมือซ้าย
ไมเคิล พิตต์ นักแสดงหนุ่มซึ่งเคยแสดงหนังฉาวเรื่องดัง The Dreamers ของ แบร์นาโด แบร์โตลุคชี่ สวมบทศิลปินผู้เปลี่ยวเหงาซึ่งอ้างอิงจากเคิร์ต โคเบน ได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าหน้าตาจะไม่คล้ายโคเบนเท่าใดนัก แต่เมื่อแต่งหน้าและเสริมแต่งทรงผม ผสมกับการเลียนแบบลักษณะท่าทาง ทำให้หลายๆ ฉาก ผู้เขียนรู้สึกราวกับว่าเคิร์ต โคเบน โลดแล่นอยู่ในหนังจริงๆ ข้อได้เปรียบของพิตต์คือเขามีความสามารถด้านดนตรีอยู่แล้ว ฉากที่ต้องเล่นเครื่องดนตรีหลายชนิดจึงดูเป็นธรรมชาติมาก

นักแสดงคนอื่นๆ ทั้งสก๊อต แพทริค กรีน, ลูคัส ฮาส, เอเชีย อาร์เจนโต และนิโคล วิเชียส ไม่มีอะไรให้จับต้องมากนัก แต่ละคนมีบทเพียงผิวเผินและไม่สำคัญต่อหนัง ที่ต้องพูดถึงเป็นพิเศษมีเพียง คิม กอร์ดอน ร็อคเกอร์สาวจากวงโซนิค ยูธ ที่แสดงเป็นผู้บริหารค่ายเพลงมาพูดคุยปลอบใจเบลค ในชีวิตจริงเธอคือเพื่อนสนิทของเคิร์ต โคเบน และมั่นใจว่าเพื่อนของเธอถูกฆาตกรรม

งานกำกับภาพของ แฮร์ริส ซาวิเดส ยังคงโดดเด่นเสมอ ใน Last Days ซาวิเดสยังสนุกกับการเคลื่อนกล้องติดตามตัวละคร และถ่ายทอดบรรยากาศแวดล้อมช่วยสื่ออารมณ์ความรู้สึก เหมือนที่เขาเคยใช้อย่างได้ผลใน Gerry และ Elephant ผลงานเด่นเรื่องอื่นของซาวิเดสที่น่าจดจำเมื่อไม่นานมานี้คือการถ่ายภาพให้ความรู้สึกลึกลับหนาวสะท้านในเรื่อง Birth(2004) ของ โจนาธาน เกลเซอร์ ที่ นิโคล คิดแมน นำแสดง

อีกจุดหนึ่งที่ควรหยิบมากล่าวถึงสำหรับผลงานของ กัส แวน แซนต์ คือ นี่เป็นอีกครั้งที่เขาใส่ฉากความสัมพันธ์แบบชายกับชายลงไปในหนัง โดยข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่เปิดเผยมานานแล้วคือตัวกัส แวน แซนต์เองเป็นเกย์ ใน Elephant แวน แซนต์ให้ตัวละครเด็กผู้ชาย 2 คนที่เป็นฆาตกร กอดจูบกันในห้องน้ำ ซึ่งผู้เขียนมองว่าเรื่องราวที่อ้างอิงจากเหตุการณ์สะเทือนใจและยังหาคำตอบอันเป็นสาเหตุของโศกนาฏกรรมไม่ได้แน่ชัดนี้ การใส่ฉากรักร่วมเพศดังกล่าวลงไปถือเป็นการกระทำที่เลยเถิด

แต่สำหรับ Last Days มีฉากที่ตัวละครสก๊อตกับลุคซึ่งต่างมีคู่ขาเป็นผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์กันเอง และมีฉากที่เบลคเอาชุดสลิปของผู้หญิงมาใส่ และใช้แปรงของผู้หญิงแปรงผม นี่อาจจะเป็นความตั้งใจของแวน แซนต์ในการสื่อถึงตัวตนของเคิร์ต โคเบน เพราะโคเบนเคยบอกว่าตนเองมีจิตใจที่เป็นเกย์ และน่าจะเป็นไบเซ็กช่วล

แม้กัส แวน แซนต์ จะออกตัวอย่างแข็งขันว่า Last Days เป็นเพียงหนังที่ได้แรงบันดาลใจจากเคิร์ต โคเบน ทั้งยังแต่งเติมและเปลี่ยนแปลงเรื่องราวจากข้อเท็จจริงพอสมควร แต่ก็ถือได้ว่าหนังถ่ายทอดภาวะหลงคว้างบีบคั้นก่อนจะตัดสินใจปลิดชีวิตตนเองของโคเบนได้ในระดับที่น่าชื่นชม ในรูปรอยของเรื่องเล่าทางอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าจะเป็นเรื่องราวข้อเท็จจริงที่เต็มไปด้วยรายละเอียด

ถ้าจะเปรียบเทียบ...Last Days ย่อมไม่ใช่ดนตรีกรันจ์หนักแน่น มีท่อนริฟฟ์กีตาร์ จังหวะเบส-กลองกระแทกกระทั้น แต่เป็นเช่นภาพของชายหนุ่มผมยาวประบ่า ก้มหน้าหลบนัยน์ตาเศร้าไม่ให้ใครเห็น นั่งร้องเพลง-เล่นกีตาร์โปร่งจังหวะเชื่องช้าพลิ้วไหวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนที่เสียงเพลงจะค่อยๆ แผ่วเบา พร้อมกับไฟที่หรี่แสงลงจนดับสนิท...
 
 

Journal

View All 61 Entries    Add Comment

BAD! : Apr 9, 2010
กูคือผู้หญิงน่ากลัว!

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all    Wishlist

  • Ice
  • F D R•สราญวัล• doesn’t have any wishlist items


F D R•สราญวัล• has one wrapped gift!

 
 
 
 

Comments   |   View All Entries   |   Send a Blast Card

Leave a comment for F D R•สราญวัล•

Dec 6, 2010 7:44 AM
 
ดีๆรักษาสุขภาพด้วยนะจ๊ะ
 
Nov 25, 2010 6:25 AM
 
ทักทายครับ
เป็นไงช่วงนี้สบายดีมั้ยเอ่ย
 
 
 
Oct 22, 2010 8:35 AM
 
ก้อแย่อยู่เหมือนกาน

5555

คิดถึงนะพี่

ว่างมาเที่ยวที่มอ
 
Oct 22, 2010 4:17 AM
 
เรียนเปงงัยบ้าง

สบายดีมั้ยพี่วิว
 
 
Oct 6, 2010 8:04 AM
 
พี่วิว เรียนสนุกป่ะ
 
 
Sep 11, 2010 12:42 AM
cii3 says:
 
. .
... .. . .
...
 
Sep 7, 2010 3:09 AM
 
งัย..วิว..สบาย..เด.ป่าว
.........
..........
........
 
Sep 3, 2010 10:41 PM
doi says:
 
จ้า.......คนมันบ้านนอกนี่นา
เดี๋ยวศึกษาก็คงดีขึ้น
 
Aug 31, 2010 8:58 PM
doi says:
 
สอนเล่นมั่งดิ
 
Aug 30, 2010 12:31 AM
 
HBD ย้อน หลัง พี่สาว ^^!
 
 
 
 
Aug 28, 2010 6:45 AM
PinG says:
 
ยาย

สุขสันต์วันเกิด ดดดดดดดดดด


วู้ๆๆ
 
 
Aug 28, 2010 12:25 AM
FeRN says:
 
HAPPY BIRTH DAYYYYY

:)

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks